เตรียมไฟล์
ไดคัทและดีไลน์คืออะไร ทำไมกล่องทุกใบต้องมี
สองคำนี้โผล่มาในใบเสนอราคาเสมอแต่แทบไม่มีใครอธิบาย ทั้งที่เป็นสิ่งที่กำหนดว่ากล่องของคุณจะออกมาพอดีหรือไม่
ดีไลน์คือแบบกางของกล่อง
เมื่อคลี่กล่องออกจนแบน รูปร่างที่ได้คือดีไลน์ ประกอบด้วยเส้นตัด เส้นพับ และลิ้นสำหรับติดกาว อาร์ตเวิร์กทั้งหมดต้องวางลงบนแบบกางนี้ ไม่ใช่วางบนภาพกล่องสามมิติ
ไดคัทคือการตัดตามดีไลน์
เมื่อพิมพ์เสร็จ แผ่นกระดาษจะถูกกดด้วยมีดไดคัทที่ดัดเป็นรูปตามดีไลน์ เพื่อตัดและทำรอยพับพร้อมกันในครั้งเดียว มีดชุดนี้คือที่มาของค่าบล็อกส่วนหนึ่ง
เส้นตัดกับเส้นพับคนละชนิดกัน
ในไฟล์ต้องแยกให้ชัดว่าเส้นไหนคือเส้นตัดและเส้นไหนคือรอยพับ ถ้าสลับกันจะได้กล่องที่ขาดตรงที่ควรพับ โรงพิมพ์จะแยกด้วยสีหรือเลเยอร์ที่ตกลงกันไว้
อย่าวางข้อความชิดเส้นพับ
ข้อความที่คร่อมรอยพับจะอ่านยากและอาจแตกตอนพับ ควรเว้นระยะจากรอยพับและเส้นตัดเข้ามาอย่างน้อย 5 มม.
ต้องเผื่อสีเลยเส้นตัดออกไป
พื้นหลังและสีต้องลากเลยเส้นตัดออกไปอีก 3 มม. ทุกด้าน เพราะเครื่องตัดมีความคลาดเคลื่อน ถ้าไม่เผื่อจะเห็นขอบขาวบางๆ ที่ริมกล่อง
ลิ้นติดกาวต้องไม่มีเคลือบ
บริเวณที่จะทากาวควรเว้นไว้ไม่เคลือบ เพราะกาวไม่เกาะผิวเคลือบ ถ้าไม่บอกไว้ในไฟล์ อาจได้กล่องที่ติดไม่แน่น
ขอไฟล์ดีไลน์จากเราได้
ถ้ายังไม่มีไฟล์ บอกขนาดสินค้ามา เราทำดีไลน์ให้แล้วส่งไปให้นักออกแบบของคุณวางอาร์ตเวิร์กลงไป วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการวาดเองแล้วมาพบทีหลังว่าพับไม่ได้
ดีไลน์หนึ่งชุดใช้ได้หลายลาย
มีดไดคัทผูกกับขนาดและทรง ไม่ได้ผูกกับลาย ดังนั้นถ้าเปลี่ยนแค่สีหรือลายโดยใช้ขนาดเดิม ไม่ต้องทำมีดใหม่ ซึ่งประหยัดค่าบล็อกไปได้มากสำหรับแบรนด์ที่มีหลายรุ่น
ทำไมควรยืนยันดีไลน์ก่อนลงรายละเอียด
เพราะถ้าขนาดหรือทรงเปลี่ยน อาร์ตเวิร์กทั้งหมดต้องวางใหม่ ควรล็อกดีไลน์ให้นิ่งก่อนแล้วค่อยลงลวดลาย จะประหยัดเวลาทำงานไปได้มาก
อ่านต่อเรื่องการเตรียมไฟล์
รายละเอียดเรื่องระยะตัดตก โหมดสี และการฝังฟอนต์ อ่านได้ที่เตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์กให้พร้อมพิมพ์ และเรื่องค่าบล็อกที่ค่าบล็อกคืออะไร
ยังไม่มีไฟล์ดีไลน์
ส่งขนาดสินค้ามา เราทำแบบกางให้ก่อนได้ แล้วค่อยลงลวดลายทีหลัง

