ตามประเภทธุรกิจ
บรรจุภัณฑ์สำหรับร้านออนไลน์ ควรเลือกอย่างไร
ร้านออนไลน์ไม่มีหน้าร้านให้ลูกค้าเดินเข้ามา พัสดุที่ส่งไปจึงเป็นหน้าร้านเพียงอย่างเดียวที่เขาได้สัมผัส
ความปลอดภัยของสินค้ามาก่อนความสวย
ของแตกหรือยับระหว่างทางคือต้นทุนที่แพงที่สุด ทั้งค่าส่งใหม่และความเชื่อมั่นที่เสียไป เลือกกล่องที่พอดีและแข็งแรงพอก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องลวดลาย
กล่องพอดีลดทั้งค่าส่งและความเสียหาย
ช่องว่างในกล่องทำให้ของขยับและทำให้ปริมาตรสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น การวัดสินค้าจริงแล้วทำกล่องให้พอดีจึงแก้ปัญหาสองอย่างพร้อมกัน
เริ่มจากสติ๊กเกอร์โลโก้ก่อนกล่องพิมพ์
ใช้กล่องเปล่าแล้วแปะสติ๊กเกอร์โลโก้เป็นวิธีที่ถูกที่สุดในการทำให้พัสดุดูเป็นแบรนด์ ใช้ได้ทันทีตั้งแต่ออเดอร์แรกโดยไม่ต้องรอผลิตกล่อง
ใส่การ์ดขอบคุณทุกกล่อง
เป็นงานพิมพ์ที่ต้นทุนต่อชิ้นต่ำที่สุดแต่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีคนอยู่หลังร้านจริงๆ ใส่โค้ดส่วนลดครั้งถัดไปไว้ด้วยจะวัดผลได้ว่าได้ลูกค้ากลับมาจริงไหม
ซีลให้เห็นชัดว่าไม่มีใครเปิด
สติ๊กเกอร์ซีลหรือเทปที่มีโลโก้ช่วยทั้งเรื่องความมั่นใจและภาพลักษณ์ ถ้าสินค้ามีมูลค่าสูงควรเลือกแบบที่ลอกแล้วขาด
ของเปียกได้ต้องมีชั้นกันน้ำ
พัสดุเจอฝนระหว่างทางบ่อยกว่าที่คิด ถ้าสินค้าเสียหายจากความชื้นได้ ควรมีซองหรือถุงกันน้ำชั้นในเสมอ แล้วค่อยใส่กล่องแบรนด์ด้านนอก
ใส่วิธีดูแลหรือวิธีใช้ไปด้วย
การ์ดเล็กๆ ที่บอกวิธีใช้หรือวิธีเก็บรักษา ช่วยลดคำถามที่ต้องตอบในแชทและทำให้ลูกค้าใช้สินค้าได้ถูกต้อง ซึ่งลดการคืนของ
มาตรฐานเดียวกันทุกกล่อง
ลูกค้าคนที่สองควรได้ประสบการณ์เหมือนคนแรก เขียนขั้นตอนการแพ็กไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและติดไว้ที่โต๊ะแพ็ก จะได้ผลเหมือนกันแม้คนแพ็กเปลี่ยน
ชุดเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับร้านออนไลน์ใหม่
สติ๊กเกอร์โลโก้ กับการ์ดขอบคุณ คือสองอย่างที่ควรมีตั้งแต่ออเดอร์แรก เพราะถูกและใช้ได้กับทุกอย่าง · เมื่อยอดนิ่งแล้วจึงทำกล่องขนาดเฉพาะเพื่อลดค่าส่ง · เก็บถุงหิ้วไว้ทำตอนที่เริ่มออกงานหรือมีหน้าร้าน
อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง
วิธีลดค่าส่งด้วยขนาดกล่องอ่านที่บรรจุภัณฑ์ช่วยลดค่าส่งพัสดุ · เรื่องประสบการณ์แกะกล่องอ่านที่ประสบการณ์แกะกล่องสำคัญแค่ไหน
เพิ่งเปิดร้านออนไลน์และยังไม่มีบรรจุภัณฑ์
บอกสินค้าและจำนวนออเดอร์ต่อเดือนมา เราจัดชุดเริ่มต้นที่คุ้มกับงบให้

