งานพิมพ์
ใบปลิวกับโบรชัวร์ ต่างกันอย่างไร ควรใช้แบบไหน
สองอย่างนี้ใช้กระดาษใกล้เคียงกันและราคาไม่ต่างกันมาก แต่ทำหน้าที่คนละแบบ เลือกผิดคือเสียทั้งค่าพิมพ์และโอกาสสื่อสาร
ใบปลิวมีหน้าที่เดียวคือทำให้หยุดดู
แผ่นเดียวไม่พับ อ่านจบในไม่กี่วินาที เหมาะกับข้อความเดียวที่อยากให้จำอย่างโปรโมชั่น วันเปิดร้าน หรือส่วนลด ถ้าใส่ข้อมูลเยอะจะไม่มีใครอ่าน
โบรชัวร์มีหน้าที่อธิบาย
มีหลายหน้าให้ไล่อ่าน เหมาะกับสินค้าที่ต้องอธิบายหลายขั้นหรือมีหลายรุ่น ลูกค้าเก็บไว้อ่านทีหลังได้ เหมาะกับงานขายที่ต้องตัดสินใจนาน
จำนวนพับเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่อง
พับหนึ่งทบได้สี่หน้า เหมาะกับเล่าเรื่องสั้นๆ ส่วนพับสองทบได้หกหน้า เหมาะกับการแบ่งเป็นหัวข้อย่อย ควรวางเนื้อหาก่อนเลือกจำนวนพับ ไม่ใช่เลือกพับแล้วค่อยหาเรื่องมาใส่
หน้าแรกคือทุกอย่าง
ไม่ว่าจะใบปลิวหรือโบรชัวร์ คนตัดสินใจภายในหนึ่งวินาทีว่าจะอ่านต่อไหม หน้าแรกควรมีข้อความเดียวที่ใหญ่และชัดไม่ใช่โลโก้ใหญ่กับข้อความเล็กเต็มไปหมด
กระดาษ 130 แกรมเป็นมาตรฐานของงานนี้
อาร์ตมัน 130 แกรมพับได้โดยไม่แตกและยังรู้สึกมีน้ำหนักพอ ถ้าหนากว่านี้จะพับยากและเปลืองค่าส่ง ถ้าบางกว่านี้จะดูราคาถูก
ค่าพับคิดแยกจากค่าพิมพ์
โบรชัวร์มีค่าพับเพิ่มจากค่าพิมพ์ ซึ่งคิดตามจำนวนและจำนวนทบ ควรถามราคารวมค่าพับตั้งแต่ขอใบเสนอราคา จะได้ไม่ตกใจทีหลัง
พิมพ์สองหน้ามักคุ้มกว่า
ส่วนต่างราคาระหว่างพิมพ์หน้าเดียวกับสองหน้าไม่มากนัก แต่ได้พื้นที่สื่อสารเพิ่มเท่าตัว ถ้ามีเนื้อหาพอ ควรใช้สองหน้าเสมอ
ใส่ทางติดต่อให้ชัดและใหญ่พอ
ใบปลิวที่สวยแต่หาเบอร์โทรไม่เจอคือใบปลิวที่เสียเปล่า ใส่LINE เบอร์โทร และคิวอาร์โค้ดไว้ในตำแหน่งที่มองเห็นทันทีโดยไม่ต้องหา
เลือกยังไงถ้ายังตัดสินใจไม่ได้
ถามตัวเองว่าอยากให้คนทำอะไรหลังอ่าน ถ้าคำตอบคือทักมาเลย ใช้ใบปลิว · ถ้าคำตอบคือเก็บไว้เปรียบเทียบแล้วค่อยติดต่อ ใช้โบรชัวร์ · และถ้ามีงบจำกัด ใบปลิวสองหน้าที่ออกแบบดีมักได้ผลมากกว่าโบรชัวร์ที่ทำแบบรีบๆ
ดูตารางราคาและค่าพับ
ราคาต่อแผ่นทั้งแบบหน้าเดียวและสองหน้า พร้อมค่าพับตามจำนวน ดูได้ที่หน้าใบปลิวและโบรชัวร์
มีเนื้อหาแล้วแต่ไม่รู้จะจัดลงยังไง
ส่งข้อความที่อยากสื่อมา เราแนะนำได้ว่าควรเป็นใบปลิวหรือโบรชัวร์กี่พับ

