เลือกวัสดุ
สติ๊กเกอร์ซีลกล่อง เลือกแบบไหนให้ใช้งานได้จริง
สติ๊กเกอร์ดวงเล็กเป็นงานพิมพ์ที่ราคาถูกที่สุดแต่ถูกใช้บ่อยที่สุดในร้านออนไลน์ เลือกให้ถูกตั้งแต่แรกจะประหยัดทั้งเวลาและความหงุดหงิด
ขนาดที่ใช้ง่ายที่สุดคือดวงไม่เล็กเกินไป
ดวงที่เล็กมากลอกยากและติดเบี้ยวง่าย ทำให้แพ็กช้าลงทุกชิ้น ขนาดที่จับถนัดมือคุ้มกว่าการลดขนาดเพื่อประหยัดไม่กี่สตางค์
ทรงกลมอภัยความเบี้ยวได้มากกว่า
สติ๊กเกอร์สี่เหลี่ยมถ้าติดเอียงนิดเดียวจะเห็นชัดทันที ส่วนทรงกลมดูเรียบร้อยแม้ติดไม่ตรงเป๊ะ เหมาะกับร้านที่แพ็กเร็วและมีหลายคนช่วยกัน
เลือกวัสดุตามว่าจะเจอน้ำไหม
ของส่งพัสดุอาจเจอฝน ควรใช้PP หรือพลาสติกใส ส่วนสติ๊กเกอร์ที่ติดกล่องซึ่งอยู่ในร่มตลอดใช้กระดาษได้ ราคาถูกกว่าพอสมควร
แบบฉีกขาดช่วยยืนยันว่าไม่มีใครเปิด
ถ้าสินค้าเป็นของมีมูลค่าหรือของที่ต้องยืนยันความสมบูรณ์ ควรเลือกวัสดุที่ลอกแล้วขาด ลูกค้าจะเห็นทันทีถ้าถูกเปิดระหว่างทาง
แบบลอกออกได้เหมาะกับงานห่อของขวัญ
ถ้าสติ๊กเกอร์ใช้ปิดกระดาษห่อที่ลูกค้าจะแกะเอง ควรเลือกกาวที่ลอกแล้วไม่ทิ้งคราบและไม่ฉีกกระดาษห่อจนขาดเป็นรู
พื้นผิวที่ติดต้องเรียบและสะอาด
กล่องที่มีผิวเคลือบมันลื่นมากอาจทำให้สติ๊กเกอร์หลุดได้ ควรทดสอบกับกล่องจริงก่อนสั่งจำนวนมาก และเช็ดฝุ่นก่อนติดเสมอ
คิดราคาเป็นแผ่น จึงควรวางให้เต็มแผ่น
ฉลากคิดราคาต่อแผ่น A3 ดังนั้นยิ่งดวงเล็กยิ่งวางได้หลายดวงต่อแผ่น ต้นทุนต่อดวงจึงถูกลงมาก ลองคำนวณจำนวนดวงต่อแผ่นก่อนตัดสินใจขนาด
ทำลายเดียวใช้ได้หลายงาน
สติ๊กเกอร์โลโก้ดวงเดียวใช้ปิดซอง ปิดกล่อง ติดการ์ด และติดถุงได้หมด การมีแบบเดียวที่ใช้ได้ทุกที่คุ้มกว่าการทำหลายแบบโดยเฉพาะกับร้านเล็ก
ควรสั่งกี่ดวงถึงจะพอ
นับจากจำนวนออเดอร์ต่อเดือนคูณด้วยจำนวนดวงที่ใช้ต่อออเดอร์ แล้วคูณด้วยจำนวนเดือนที่อยากให้พอ แนะนำให้สั่งพอใช้อย่างน้อยสามถึงหกเดือน เพราะต้นทุนต่อดวงลดลงชัดเจนเมื่อสั่งมากขึ้น
ดูราคาตามวัสดุ
ราคาต่อแผ่นแยกตามวัสดุทั้งกระดาษ PP พลาสติกใส และคราฟท์ ดูได้ที่หน้าฉลากสินค้า และอ่านวิธีเลือกวัสดุเพิ่มเติมที่ฉลากติดขวดและกระปุก
อยากได้สติ๊กเกอร์โลโก้ไว้ใช้ปิดกล่อง
ส่งโลโก้มา เราจัดขนาดที่วางได้เต็มแผ่นและคำนวณต้นทุนต่อดวงให้

